ประวัติเทศบาล
 ประวัติหมู่บ้าน
  - ม.1 บ้านทาทุ่งหลวง
  - ม.2 บ้านเหมืองลึก
  - ม.3 บ้านท้องฝาย
  - ม.4 บ้านหนองยางไคล
  - ม.5 บ้านหนองยางฟ้า
  - ม.6 บ้านทุ่งทองกวาว
 ประวัติวัด
  - วัดทาทุ่งหลวง
  - วัดศรีมงคล
  - วัดหนองยางไคล
 แผนที่เทศบาลตำบลทาทุ่งหลวง
 คำแถลงนโยบายนายก
 ประกาศลดขั้นตอนการปฎิบัติงาน
-------------------------------
 ผู้บริหารเทศบาล
 โครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติ
 โครงสร้างส่วนราชการ
  - สำนักปลัด
  - กองการศึกษา
  - กองคลัง
  - กองช่าง
 กำนัน/ผู้ใหญ่บ้านในเขตเทศบาล
 อำนาจหน้าที่ของเทศบาล
-------------------------------
 แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
 แผนพัฒนา 3 ปี
 แผนการดำเนินงาน
 เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประ
   จำปี
 รายงานการติดตามและประเมินผล
   แผนพัฒนา
 แผนอัตรากำลัง 3 ปี
 แผนบริหารความต่อเนื่องในการ  บริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต
-------------------------------
 •ศูนย์ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวตำบลทา
  ทุ่งหลวง
  - ประวัติแกะสลักตำบลทาทุ่งหลวง
  - แผนที่ท่องเที่ยวตำบลทาทุ่งหลวง
  - ผลิตภัณฑ์ชุมชน
  - สถานที่ท่องเที่ยว
  - หัตถกรรมไม้แกะสลัก
  - ผู้ประกอบการ
  - ภูมิปัญญาชาวบ้าน
  - สะสมของเก่า
-------------------------------
 •ป่าชุมชนตำบลทาทุ่งหลวง
 •บุคคลที่ควรยกย่อง
 •รางวัล / ผลงานดีเด่น
 •งานไม้แกะสลักของดีอ.แม่ทา
 •ประมวลภาพกิจกรรม
 •สาระน่ารู้เกี่ยวกับ อาเซียน
 •ร้องเรียนร้องทุกข์
 
 
 
 
 
รายละเอียด : ชื่อ-สกุล : นายจรัญ สุรินทร์กาศ วัน-เดือน-ปีเกิด : 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2482 อายุ : 69 ปี จบการศึกษา : ประถมศึกษาปีที่ 4 ปัจจุบันประกอบอาชีพ : ตีเหล็ก สืบทอดภูมิปัญญาจาก : ญาติซึ่งเป็นคุณลุง แนวคิดเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น : การตีเหล็กเป็นอาชีพดั้งเดิมที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ยากเพียงแต่ต้องอาศัยความ อดทน ประณีต เพราะเวลาตีต้องอยู่หน้าเตา ตลอดเวลา เป็นการสร้างรายได้เสริมจากการทำนา ปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่ไม่ ค่อยสนใจ หรือถ้าสนใจก็จะทำด้วยวิธีสมัยใหม่ ที่แม้จะไม่ยุ่งยาก ทำได้วันละหลายเล่ม แต่ก็ยังขาดความประณีต ผมจึง พยายามอนุรักษ์ไว้เพื่อให้ภูมิปัญญาอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน
 
รายละเอียด : ชื่อ-สกุล : นายวงค์ เดคำกาศ วัน-เดือน-ปีเกิด : - มกราคม พ.ศ.2473 อายุ : 80 ปี จบการศึกษา : ประถมศึกษาปีที่ 4 ปัจจุบันประกอบอาชีพ : ทำนา ทำสวน จักสานขาย สืบทอดภูมิปัญญาจาก : รุ่นพ่อ แนวคิดเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น :สืบทอดภูมิปัญญาการทำเครื่องจักสานมาจากรุ่นพ่อ โดยเครื่องจักสานส่วนใหญ่จะเป็น ประเภทที่ใช้ในการเกษตร ส่วนใหญ่แล้วจะทำไว้ใช้กันภายในครอบครัว ถ้ามีคนมาสั่งถึงจะทำจำหน่าย การจักสานนั้น เป็น งานละเอียด ใช้เวลานานผลตอบแทนต่ำ ลูกหลานรวมถึง เด็กและเยาวชนในชุมชนจึงไม่ให้ความสนใจ ส่วนใหญ่คนใน ชุมชนจะประกอบอาชีพเกษตรกรรม และเข้าไปทำงานในเมืองซึ่งให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า
 
รายละเอียด : ชื่อ-สกุล : นายบุญส่ง ใจกาศ วัน-เดือน-ปีเกิด : 3 สิงหาคม พ.ศ.2498 อายุ : 55 ปี จบการศึกษา : ปวช. โรงเรียนการช่างลำพูน ปัจจุบันประกอบอาชีพ : แกะสลักรูปเหมือน สืบทอดภูมิปัญญาจาก : ฝึกฝนกับบิดาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ (ป.3) แนวคิดเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น :การสืบทอดภูมิปัญญา ปัจจุบันไม่ค่อยมีผู้สนใจ เนื่องจากเป็นงานที่ละเอียดและใช้เวลา นานกว่าที่จะทำรายได้ให้กับผู้แกะสลัก แต่ในความคิดของผมกลับมองว่า อาชีพการแกะสลักไม้เป็นอาชีพที่มีรายได้ที่ดี เพราะในอนาคตข้างหน้าช่างแกะสลักไม้จะต้องลดลงไปอีกมาก ส่งผลให้มีผลงานแกะน้อยลง เมื่อชิ้นงานน้อยลง ทำให้ ชิ้นงานมีคุณค่าราคาก็เพิ่มขึ้น แต่ในอนาคตอีกหลายสิบปีข้างหน้างานแกะสลักไม้ อาจสูญหายและถูกกลืนกินไปตาม วัฒนธรรมตะวันตก คงเหลือแต่ผลงานที่หลงเหลือแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ อย่างไร้ผู้สืบทอด
 
รายละเอียด : ชื่อ-สกุล : นางบุญยวง อุดจี้ วัน-เดือน-ปีเกิด : 1 มิถุนายน พ.ศ.2489 อายุ : 64 ปี จบการศึกษา : ประถมศึกษาปีที่ 4 ปัจจุบันประกอบอาชีพ : สืบทอดภูมิปัญญาจาก : เรียนรู้และฝึกฝนด้วยตนเอง แนวคิดเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น : จุดประสงค์หลักของการจ๊อยเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ พิธีกรรมความเชื่อโดยตรง สำหรับการสืบสานบทเพลงพื้นบ้านได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ฝึกฝนทักษะด้วยตนเอง และ จากสภาพสังคมในปัจจุบันทำให้บทเพลงเหล่านี้ค่อยๆเลือนหายไป เพื่อให้บทเพลงยังคงอยู่ ควรมีการตั้ง กลุ่มเพื่อเป็น ศูนย์กลางในการเรียนรู้ให้กับเยาวชน
 
รายละเอียด : ชื่อ-สกุล : นายภัตรไพร ลินเสนกาศ วัน-เดือน-ปีเกิด : 1 ตุลาคม พ.ศ.2495 อายุ : 58 ปี จบการศึกษา : ประถมศึกษาปีที่ 4 ปัจจุบันประกอบอาชีพ : แกะสลักไม้ สืบทอดภูมิปัญญาจาก : ฝึกสอนจากผู้เฒ่าผู้แก่ในสมัยนั้น แนวคิดเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น : อาชีพที่สุจริตดี มาเรียนรู้ดูก็ไม่น่าจะเสียหายจึงตัดสินใจเรียนฝึกฝนเล่นดนตรีพื้นบ้าน ด้านการสืบทอดภูมิปัญญาเด็กและเยาวชนไม่ค่อยให้ความสนใจ ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียดายเพราะอีกไม่นานภูมิปัญญาการเล่น ดนตรีพื้นเมืองคงต้องสูญหายไปตามกาลเวลา
 
รายละเอียด : ชื่อ-สกุล : นางขันแก้ว ต้อกาศ วัน-เดือน-ปีเกิด : 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2493 อายุ : 60 ปี การศึกษา : จบการศึกษาระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 ปัจจุบันประกอบอาชีพ : นวดแผนโบราณอย่างเดียว สืบทอดภูมิปัญญาจาก : การศึกษาวิชานวดโบราณจาก วัดโพธิ์ กทม. และนวดเท้า จ.เชียงใหม่ แนวคิดเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น : จากเดิมรับทำสีบ้าน สีเฟอร์นิเจอร์ทุกชนิด แต่พออายุมากขึ้น เริ่มทำไม่ไหว สุขภาพ ร่างกายย่ำแย่ เป็นภูมิแพ้ จึงคิดว่าจะเปลี่ยนอาชีพ ทำอะไรดี ประกอบกับ สามีเสียชีวิต มีลูกคนเดียว ปัจจุบันอยู่กับมารดา สองคน ต่อมามีคนมาชักชนให้ไปเรียนนวดที่วัดโพธิ์ กทม. เรียน 1 เดือน และไปเรียนนวดเท้าที่เชียงใหม่อีก 2 เดือน หลัง จากเรียนจบ ก็รับจ้างนวดตามต่างจังหวัด พอหาประสบการณ์ได้ซักระยะก็กลับมาบ้าน รับจ้างนวดแผนโบราณอยู่บ้าน เพราะ ตอนนั้นอาชีพนี้ยังไม่มีคนสนใจเท่าไหร่ ลูกค้ามากมาย บ้างก็เดินทางมาเอง แต่บางทีก็ออกนอกสถานที่บ้าง แล้วแต่ลูกค้า ส่วนมาจะพูดเป็นเสียเดียวกันว่าหายปวด ลูกค้าขาประจำก็เยอะ ปัจจุบันเดินทางไปนวดที่บ้าน พลเอกวินัย พันธุ์ศรี (ถ้าผิด ต้องขออภัย เนื่องจากแม่แก้ว แก่มากแล้ว) เป็นประจำ เดือนหนึ่ง 2 ครั้ง และเป็นแม่ครูสอน นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนทา ขุมเงินวิทยาคาร ทุกเทอม ๆละ 15 ชั่วโมง สอนมา 2-3 ปีแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากคือ อยากให้เยาวชนให้ความสำคัญ กับการเรียนนวดแผนโบราณ ถึงแม้ไม่ได้ประกอบอาชีพ ก็อยากให้มีวิชาความรู้ติดตัว ภูมิปัญญาของคนรุ่นเก่าจะได้คงอยู่ ไม่สูญหายไปไหน
 
 
 Design by MODNGAN.COM